ANGKHAN CONSTRUCTION

บริการ รับเหมาก่อสร้าง เชียงใหม่ รับสร้างบ้าน เชียงใหม่ ออกแบบ บ้าน อาคาร โดย วิศวกร และสถาปนิก มืออาชีพ ปรึกษาฟรี โทร. 080-7909950

ANGKHAN CONSTRUCTION

บริการ รับเหมาก่อสร้าง เชียงใหม่ รับสร้างบ้าน เชียงใหม่ ออกแบบ บ้าน อาคาร โดย วิศวกร และสถาปนิก มืออาชีพ ปรึกษาฟรี โทร.080-7909950

ANGKHAN CONSTRUCTION

บริการ รับเหมาก่อสร้าง เชียงใหม่ รับสร้างบ้าน เชียงใหม่ ออกแบบ บ้าน อาคาร โดย วิศวกร และสถาปนิก มืออาชีพ ปรึกษาฟรี โทร.080-7909950

ANGKHAN CONSTRUCTION

บริการ รับเหมาก่อสร้าง เชียงใหม่ รับสร้างบ้าน เชียงใหม่ ออกแบบ บ้าน อาคาร โดย วิศวกร และสถาปนิก มืออาชีพ ปรึกษาฟรี โทร. 080-7909950

ANGKHAN CONSTRUCTION

บริการ รับเหมาก่อสร้าง เชียงใหม่ รับสร้างบ้าน เชียงใหม่ ออกแบบ บ้าน อาคาร โดย วิศวกร และสถาปนิก มืออาชีพ ปรึกษาฟรี โทร.080-7909950

วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

การขออนุญาตก่อสร้าง

การขออนุญาตก่อสร้าง 
 
1.การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ต้องเตรียมหลักฐานดังนี้
  - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขออนุญาตและเจ้าของที่ดิน อย่างละ 1 ชุด
  - สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาตและเจ้าของที่ดิน อย่างละ 1 ชุด
  - แบบก่อสร้างแผนผังและรายการประกอบแบบ อย่างละ 5 ชุด
  - สำเนาโฉนดที่ดินที่จะทำการก่อสร้าง จำนวน 1 ชุด (หรือเอกสารสิทธิ์อื่น ๆ)
  - สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท วัตถุประสงค์ ผู้มีอำนาจลงชื่อแทน นิติบุคคล ที่ขออนุญาตที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน
2. การเตรียมหลักฐานที่เกี่ยวข้องเฉพาะเรื่อง
  - หนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดิน (กรณีผู้ขออนุญาตมิได้เป็นเจ้าของที่ดิน)
  - หนังสือยินยอมให้ปลูกสร้างอาคารชิดผนัง (กรณีใช้ผนังร่วมกัน)
  - หนังสือยินยอมให้ปลูกสร้างอาคารชิดเขตที่ดิน (กรณีชิดเขตที่ดินข้างเคียง)
  - หนังสือรับรองผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม พร้อมสำเนาบัตรประจำตัว(กรณีที่อยู่ในข่ายควบคุมตาม พ.ร.บ.วิศวกรรม และพ.ร.บ.วิชาชีพสถาปัตยกรรม)
  - รายการคำนวณ 1 ชุด (กรณีส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารก่อสร้างด้วยวัตถุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่ หรืออาคารสาธารณะ อาคารพิเศษ)
  - แบบระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับบ้านพักอาศัย (ตามแบบมาตรฐานกรมโยธาธิการหรืออื่น ๆ )
  - หนังสือแสดงว่าคณะกรรมการการควบคุมการจัดสรรที่ดินพิจารณาให้ความเห็นชอบ
  - แผนผังโครงการจัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาตแล้ว (กรณีอาคารเข้าข่ายการจัดสรรที่ดิน)
  - เตรียมแบบและใบอนุญาตเดิมที่ได้รับจากเทศบาลตำบลธัญบุรี จำนวน 1 ชุด (กรณีดัดแปลงอาคาร, ต่อเติมหรือต่ออายุใบอนุญาต)
3. การพิจารณา
  - ในการตรวจพิจารณารายละเอียดแบบแปลน เทศบาลอาจสั่งให้ผู้ขอใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงผังบริเวณแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน หรือรายการคำนวณที่ได้ยื่นไว้ให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479 และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และแก้ไขเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร(ฉบับ    ที่ 2) พ.ศ. 2535 และกฎกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  - อาคารประเภทควบคุมการใช้ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะต้องแจ้งกองช่างทำการตรวจสอบ เพื่อขอใบรับรองการใช้อาคารก่อนเปิดใช้อาคารหรือให้ผู้อื่นใช้
  - การขออนุญาตก่อสร้างตามมาตรา 39 ทวิ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะต้องดำเนินการ
  - แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบตามแบบที่กำหนด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลและยื่นเอกสาร
    1). ชื่อผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคาร (วุฒิสถาปนิก) พร้อมสำเนาบัตรประจำตัว
    2). ชื่อของผู้รับงานออกแบบและคำนวณอาคาร (วุฒิวิศวกร) พร้อมสำเนาบัตร ประจำตัว
    3). ชื่อผู้ควบคุมงาน (ตามกฎหมายวิชาชีพสถาปัตยกรรม-วิศวกรรม พร้อมสำเนาบัตรประจำตัว)
    4). แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบ รายการคำนวณ
    5). วันเริ่มต้น และวันสิ้นสุด การดำเนินการก่อสร้างอาคาร
4. ระยะเวลาในการพิจารณาในกรณีทั่วไป
- อาคารพักอาศัยไม่เกิน 2 ชั้น ใช้เวลาในการพิจารณาไม่เกิน 20 วัน ไม่รวมระยะเวลาแก้ไขแบบแปลน
- อาคารพาณิชย์ อาคารขนาดใหญ่ อาคารประเภทควบคุมการใช้ ใช้เวลาในการพิจารณา 33 วัน (ไม่รวมระยะเวลาแก้ไขแบบแปลน)
- ยกเว้นในกรณีที่มีข้อขัดข้อง จะใช้เวลาพิจารณาตามที่ได้กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร
5. คำแนะนำในการขอรับอนุญาตเกี่ยวกับอาคาร (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2528)
   5.1 ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแนบเอกสารเกี่ยวกับแผนผังบริเวณ แบบแปลนรายการประกอบแบบแปลน จำนวน 5 ชุด พร้อมกับคำขอ อาคารสาธารณะ อาคารพิเศษ หรืออาคารที่ก่อสร้างด้วยวัตถุถาวรและวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ ต้องแนบรายการคำนวณ จำนวน 1 ชุด
     5.2 เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ตรวจพิจารณาแผนผังบริเวณ แบบแปลนรายการประกอบแบบแปลนและรายการคำนวณ (ถ้ามี) ถูกต้องแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบอนุญาตได้
     5.3 อาคารประเภทควบคุมการใช้เมื่อทำการก่อสร้างเสร็จแล้ว ให้เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารยื่นคำขอใบรับรองต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
     5.4 ในกรณีที่เจ้าของอาคาร ประสงค์จะใช้อาคารเพื่อกิจการประเภทควบคุมการใช้ จะเปลี่ยนการใช้อาคารให้ยื่นคำขออนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารนั้น
     5.5 ในกรณีที่เจ้าของอาคารประสงค์จะดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถเพื่อการอื่นและก่อสร้างที่จอดรถแทนของเดิมให้ยื่นคำขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
     5.6 ผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ
     5.7 ในกรณีที่ใบอนุญาตหรือใบรับรองสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุด ให้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรองจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการสูญหาย
     5.8 ผู้ได้รับใบอนุญาต ผู้ใดประสงค์จะโอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารให้แก่บุคคลอื่น  ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เมื่อเห็นเป็นการสมควร ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกหนังสือแจ้งอนุญาตให้โอนใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอโอนใบอนุญาตได้
     5.9 แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณต้องเป็นสิ่งพิมพ์ สำเนาภาพถ่ายหรือเขียนด้วยหมึก และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
                 - มาตราส่วน ให้ใช้มาตราเมตริก
                 - แผนผังบริเวณ ให้ใช้มาตราเมตริก
                 - แสดงขอบนอกของอาคารที่ขออนุญาตถึงขอบเขตของที่ดินทุกด้าน
                 - ระยะห่างระหว่างอาคารต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว และอาคารที่ขออนุญาตในขอบเขตของ ที่ดิน
                 - ลักษณะและขอบเขตของที่สาธารณะพร้อมด้วยเครื่องหมายทิศ
                 - ให้แสดงทางระบายน้ำออกจากอาคารไปสู่ทางระบายน้ำสาธารณะ พร้อมทั้งแสดงเครื่องหมายชี้ทิศทางน้ำไหลและส่วนลาด
                 - แสดงระดับของพื้นชั้นล่างของอาคารและความสัมพันธ์กับระดับทาง หรือถนนสาธารณะที่ใกล้ที่สุดและระดับพื้นดิน
                 - ให้แสดงแผนผังบริเวณที่จะทำการเคลื่อนย้ายอาคารไปอยู่ในที่ใหม่ให้ชัดเจน
                 - แบบแปลนให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า 1 ใน 100 โดยต้องแสดงแปลนพื้นรูปด้าน (ไม่น้อยกว่า 2 ด้าน) รูปตัดขวาง รูปตัดทางยาว ผังคานรับพื้นชั้นต่างๆ และผังฐานรากของอาคาร พร้อมด้วยรายละเอียด
                 - แบบแปลน ต้องมีรูปรายละเอียดอย่างชัดเจนเพียงพอที่จะพิจารณาตามกฎหมาย
                 - แบบแปลน สำหรับการดัดแปลงอาคารให้แสดงส่วนต่าง ๆ ของอาคารที่จะก่อสร้างให้ชัดเจน
                 - แบบแปลน สำหรับการดัดแปลงอาคารให้แสดงส่วนที่มีอยู่เดิมและส่วนที่จะดัดแปลงให้ชัดเจน
                 - แบบแปลน สำหรับการรื้อถอนอาคาร ให้แสดงขั้นตอนวิธีการตลอดจนความปลอดภัยในการรื้อถอนอาคาร
                 - แบบแปลน สำหรับการเคลื่อนย้ายอาคาร  ให้แสดงขั้นตอน วิธีการ ความมั่นคงแข็งแรง  ตลอดจนความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายอาคาร
                 - สำหรับอาคารที่มีรูปตัดทางขวางหรือรูปตัดทางยาวของอาคาร มีความกว้าง ความยาว หรือความสูงเกิน 90 เมตร แบบแปลนจะใช้มาตรา  ส่วนเล็กกว่า 1 ใน 100 ก็ได้ แต่ต้องไม่เล็กกว่า 1 ใน 250
                 - แบบแปลนสำหรับการเปลี่ยนการใช้อาคาร ให้แสดงส่วนที่ใช้อยู่เดิม และส่วนที่จะเปลี่ยนการใช้ใหม่ให้ชัดเจน
                 - รายการประกอบแบบแปลน ให้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพและชนิดของวัสดุ ตลอดจนวิธีปฏิบัติ หรือวิธีการสำหรับการก่อสร้างอาคาร
                 - รายการคำนวณให้แสดงวิธีการตามหลักวิศวกรรมศาสตร์
              5.10 ผู้รับผิดชอบงานออกแบบหรือผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณ ต้องลงลายมือชื่อพร้อมกับเขียนชื่อตัวบรรจง ที่อยู่พร้อมกับคุณวุฒิของผู้รับผิดชอบดังกล่าวไว้ในแผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณแต่ละชุดด้วย ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมวิศวกรรมควบคุมให้ระบุเลขทะเบียนในใบอนุญาตไว้ด้วย
6 หากเป็นการกระทำเกี่ยวกับอาคารเพื่อพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การศึกษา หรือสาธารณสุข หรือเป็นการกระทำในทางการค้าเพื่อให้เช่าหรือซื้อขาย หรือจำหน่าย โดยมีค่าตอบแทน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับเป็นสิบเท่าของโทษที่บัญญัติไว้ สำหรับความผิดนั้น ๆ หรือทั้งจำทั้งปรับ
การปลูกสร้างโดยต่อเติม หรือดัดแปลงอาคาร ซึ่งจำต้องได้รับอนุญาตนั้นมีกำหนด ดังต่อไปนี้
         - ขยายพื้นชั้นหนึ่งชั้นใดตั้งแต่ 5 ตารางเมตร
         - เปลี่ยนหลังคา หรือขยายหลังคาให้ปกคลุมเนื้อที่มากขึ้นกว่าเดิม
         - เพิ่ม ลดจำนวน หรือเปลี่ยนเสา คาน บันได และผนัง

วิธีการประหยัดพลังงานในบ้าน

วิธีการประหยัดพลังงานในบ้าน
              ปัจจุบันเกิดภาวะปัญหาโลกร้อนกันทั่วโลก ดังนั้นการออกแบบบ้านหรืออาคารที่ดี นอกจากออกแบบให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบายแล้ว ยังต้องให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคของเจ้าของบ้านอีกด้วย ผู้ออกแบบอาคารจึงควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตัวอาคารด้วย โดยต้องพิจารณาทั้งสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวอาคาร วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง โดยทั่วไปตัวอาคารจะได้รับความร้อนจากที่ต่างๆ ซึ่งเราสามารถป้องกันหรือลดความร้อนได้ ก็จะช่วยประหยัดพลังงานได้อีกระดับหนึ่ง แหล่งที่มาของความร้อนภายในตัวบ้าน อาคาร จะมาจากความร้อนจากแสงอาทิตย์ ที่ผ่านหลังคา ผนังอาคาร จากการใช้ไฟฟ้าในอาคาร จากอุปกรณ์สำนักงานเครื่องใช้ ไฟฟ้าต่างๆ จากความร้อนของร่างกายผู้คนที่อยู่ในตัวอาคาร
วิธีการประหยัดพลังงานในบ้าน
1 ใช้ฉนวนป้องกันความร้อน ติดตั้งที่บริเวณบนหลังคาบ้าน ใต้หลังคา เพดาน ผนัง ด้านใดด้านหนึ่ง หรือเลือกติดตั้งฉนวนกันความร้อน เฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง หรือทุกๆจุดที่สมควร เพื่อป้องกัน สกัดกั้น ไม่ให้ความร้อนจากแสงอาทิตย์แผ่รังสี จากการนำ การพา ความร้อนผ่านเข้ามาทางอาคารให้น้อยที่สุด
2 ออกแบบบ้าน และวางตำแหน่งบ้านในทิศทางที่เหมาะสม มีช่องเปิดมากพอที่จะระบายลมได้ ห้องเก็บของหรือห้องน้ำควรออกแบบให้อยู่ในทิศทางตะวันออกและทิศตะวันตกเพื่อกันความร้อน ของแสงแดดที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน
3 ใช้แสงธรรมชาติให้มาก เพื่อประหยัดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างภายในบ้าน โดยใช้กระจกให้เหมาะสม เพราะกระจกเป็นทางผ่านของความร้อนได้เป็นอย่างดี และควรมีกระจกให้น้อยที่สุดด้านตะวันออกและตะวันตก กระจกที่ใช้ควรเป็นกระจกตัดแสง
4 ผนังบ้านควรเป็นสีอ่อน เพื่อช่วยสะท้อนรังสีของดวงอาทิตย์ ส่วนบริเวณภายนอกบ้านควรปลูกต้นไม้ เพื่อกั้นแสงบางส่วน และเพื่อให้เกิดลมเย็นพัดเข้าสู่ตัวบ้าน
                  เมื่อรู้เกร็ดเล็กน้อยในการลดความร้อนในตัวบ้านแล้วเพื่อนๆก็ลองนำไปใช้ไปปฏิบัติดูกันเพื่อบ้านจะได้เย็นและน่าอยู่มากขึ้นกันครับ

อิฐมวลเบาคืออะไร

อิฐมวลเบาคืออะไร
            อิฐมวลเบาเป็นอิฐสำหรับก่อสร้างที่ทำมาจาก ซีเมนต์  ทราย ยิปซั่ม ปูนขาว และผงอลูมิเนียม อิฐมวลเบาก็จะมีน้ำหนักเบาตามชื่อ ในอิฐมวลเบานั้นจะมีฟองอากาศอยู่เยอะ ประมาณ 75% ทำให้อิฐมวลเบามีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่าง
ข้อดีของอิฐมวลเบา
-          กันเสียงได้ดี เพราะในอิฐมวลเบาจะมีฟองอากาศอยู่มาก ฟองอากาศจะดูดซับเสียงได้ดีกว่าอิฐมอญประมาณ 20% เลยทีเดียว
-          ประหยัดพลังงาน เพราะอิฐมวลเบาสามารถกันความร้อนได้ เพราะความหนาของอิฐมวลเบา จึงทำให้นำความร้อนต่ำกว่าถึง8-11เท่า และทำให้ประหยัดค่าแอร์อย่างแน่นอน
-          กันไฟได้ อิฐมวลเบาสามารถทนไฟได้ถึง 4 ชั่วโมง ด้วยความร้อนประมาณ 1100 องศาเซลเซียส
-          อิฐมวลเบาสามารถรับน้ำหนักและแรงกดได้ดี
-          อิฐมวลเบาแข็งแรง และอายุการใช้งานยาวนานถึง 50ปี
ข้อเสียของอิฐมวลเบา
        -     อย่างแรกคือราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับอิฐชนิดอื่น
        -     อิฐมวลเบาไม่สามารถกันความชื้นได้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไวนิล (Vinyl)

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไวนิล (Vinyl)

ฝ้าเพดานไวนิล



ราวกันตกไวนิล


ระแนงไวนิล

 
หน้าต่างไวนิล




 โพลีไวนิลคลอไรด์ (Polyvinyl Chloride)
เป็นไวนิลที่นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะมีให้เลือกทั้งชนิดใสและขุ่น แข็งแรง มีความต้านทานไฟฟ้าสูง ติดไฟได้ช้า แต่เมื่อเกิดการเผาไหม้จะมีควัน สินค้าที่ผลิตจากพีวีซีก็มีมากมาย อาทิ
. ประตู ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้แทนไม้ธรรมชาติ มีความทนทานไม่ผุกร่อน ปลวกมอด ไม่กัดกิน ส่วนใหญ่ นิยมใช้เป็นประตูห้องน้ำ เพราะต้องสัมผัสกับความชื้นตลอดเวลา
. แผ่นกระเบื้องยาง  ปูพื้นที่ติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว ทำความสะอาดง่าย มีหลายลวดลายให้เลือกใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นลายไม้ ลายพรม หรือมีผิวนูนแบบโลหะ
. ท่อและอุปกรณ์ท่อน้ำต่างๆ  ปัจจุบันท่อพีวีซีได้รับความนิยมสูง และอาจเรียกได้ว่าเป็นท่อมาตรฐานสำหรับการใช้งานไปแล้ว ด้วยคุณสมบัติที่ทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมีได้ดี เป็นฉนวนไฟฟ้า ที่สำคัญมีน้ำหนักเบา จึงขนย้ายและติดตั้งได้สะดวก
                  แต่พีวีซีก็มีขีดจำกัดในการใช้งานคือ มักมีปัญหาเรื่องการแตกหรือแห้งกรอบ (เปราะ) หากต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานานๆ รวมถึงสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับงานภายนอกอาคาร เพราะอาจเกิดการบิดเบี้ยวจนเสียรูปทรงได้ และด้วยข้อจำกัดดังกล่าวก็ได้มีการพัฒนาไวนิลรุ่นใหม่ขึ้นมาเพื่อให้มีคุณสมบัติและมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
                    Unplasticizide Polyvinyl Chloride (UPVC)
เป็นพลาสติกชนิดพิเศษที่ได้จากการผสมผสานส่วนประกอบทางเคมีเข้าด้วยกัน ทำให้มีความคงทนต่อแสงแดดและรังสียูวี ทนต่อแรงกระแทกและสภาวะที่อากาศเปลี่ยนแปลงได้ดี นอกจากนี้ยังดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องใช้สีทาให้สิ้นเปลือง ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไวนิล ชนิดนี้ จึงเหมาะกับการใช้งานภายนอก โดยมีให้เลือกใช้หลายชนิด เช่นกรอบบานหน้าต่างและประตู ผนัง ฝ้าชายคา รางครอบท่อน้ำยาแอร์ ฯลฯ แต่ก็มีราคาสูงเมื่อเทียบกับไวนิลทั่วไป อลูมิเนียม และไม้ธรรมชาติ  สำหรับระบบหน้าต่างและประตูไวนิล(UPVC) เป็นผลิตภัณฑ์ทดแทนไม้ที่นิยมใช้กันในทวีปแถบยุโรปมากว่าสี่สิบปีแล้วเพราะกันการรั่วซึมและกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนในบ้านเรายังเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ แต่ก็มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดผู้ผลิตไวนิลของบ้านเราก็ได้พัฒนาสินค้าออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น พื้น ราวระเบียง หรือแม้กระทั่ง เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้บริโภค
                   ดังนั้นการจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไวนิลธรรมดา หรือ ชนิดพิเศษมาใช้งาน เราก็ควรดูที่จุดประสงค์เป็นสำคัญ ว่าจะนำไปใช้ ณ สถานที่ใด ต้องการความสวยงามหรือความทนทานมากน้อยแค่ไหน เป็นงานภายในหรือภายนอกอาคาร จากนั้นจึงค่อยตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นมาใช้ได้อย่างมั่นใจ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับปูนซีเมนต์

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับปูนซีเมนต์
                    การจะมีบ้านที่แข็งแรงทนทานต้องให้ความสำคัญในการเลือกใช้วัสดุ โดยเฉพาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบหลักและส่งผลต่อความแข็งแรงของบ้านในระยะยาว อย่างเช่น ปูนซีเมนต์ ที่มีการจำแนกประเภทตามการใช้งาน และนอกจากปูนซีเมนต์แล้วยังมีวัสดุอีกทางเลือกหนึ่งที่หึความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากผสมเสร็จเรียบร้อยแล้วคือ คอนกรีตผสมเสร็จ ซึ่งประกอบด้วยปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ำ และน้ำยาผสมคอนกรีต มีการออกแบบส่วนผสมให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการใช้งาน ดังนั้นจึงควรเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับงานแต่ละประเภท เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการใช้วัสดุไม่ถูกประเภท
                   งานฐานราก เสา คาน  พื้น ของบ้านพักอาศัย และอาคารทั่วไปจะทนทานและแข็งแรง หากเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม อย่างปูนซีเมนต์ สำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งเป็นปูนซีเมนต์ ปอร์ตแลนด์ ประเภท 1 ที่มีคุณสมบัติให้กำลังอัดสูงหรือสามารถเลือกใช้คอนกรีตมาตรฐาน สำหรับงานทั่วไป ที่มีการออกแบบให้เหมาะสมตามการใช้งาน เช่น คอนกรีตงานพื้น ภายนอกอาคาร ที่เหมาะสมสำหรับเทลานจอดรถหรือถนน และคอนกรีตงานพื้นภายในอาคาร
                    บ้านและอาคารที่อยู่ในพื้นที่ที่สัมผัสไอทะเล บริเวณชายฝั่งทะเล หรืองานโครงสร้างที่สัมผัสกับน้ำทะเล รวมถึงงานโครงสร้างใต้ดิน (ฐานราก เสาเข็ม) ที่อยู่ในพื้นที่ที่ดินมีซัลเฟตและคลอไรด์สูง ควรเลือกใช้ปูนซีเมนต์ทนน้ำทะเล หรือปูนซีเมนต์ประเภทปูนปอร์ตแลนด์ผสมสแลก (Portland Blast-Furnaceslagcement Type IS) เนื่องจากทนทานต่อการกัดกร่อนต่อสารซัลเฟต และสารคลอไรด์ และหากต้องการความสะดวกมากขึ้นสามารถเลือกใช้ คอนกรีตงานชายฝั่งทะเล คอนกรีตทนทานพิเศษที่เหมาะสำหรับงานโครงสร้างบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเช่นกัน
                    ปัญหาเรื่องน้ำรั่ว น้ำซึม ลงมาทำให้พื้นกระเบื้อง พื้นปาร์เก้ร่อน หรือฝ้าบวม สามารถป้องกันปัญหาได้โดยใช้ คอนกรีตกันซึม ในบางส่วนของโครงสร้างที่ต้องสัมผัสน้ำโดยตรง เช่น พื้นห้องน้ำ พื้นชั้นดาดฟ้า หรือใช้ในพื้นที่ที่ต้องกักเก็บน้ำ เช่น สระว่ายน้ำ ถังเก็บน้ำ เป็นต้น
                    การป้องกันการเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่างๆ อย่างบริเวณพื้นลานจอดรถ ลานบริเวณรอบที่พักอาศัย หรือพื้นบริเวณรอบสระว่ายน้ำ สามารถทำได้โดยการใช้คอนกรีตพรุน เพราะนอกจากมีความพรุนสูงสามารถระบายน้ำได้ดี ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานออกแบบตกแต่งเพื่อความสวยงามได้อีกด้วย